การผ่าตัดส่องกล้องนิ่วในถุงน้ำดี (Laparoscopic cholecystectomy) คือ การรักษาโรคนิ่วในถุงน้ำดีด้วยวิธีการผ่าตัดส่องกล้องผ่านช่องท้องแบบแผลเล็กเพื่อนำถุงน้ำดีและนิ่วออก สาเหตุที่ทำให้มีอาการปวดท้องรุนแรงใต้ชายโครงขวา
ใช้เทคนิคการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Minimally invasive surgery: MIS) ที่มีขนาดแผลผ่าตัดเพียง 0.5-1 ซม. ช่วยให้แผลหายเร็ว สูญเสียเลือดน้อย เจ็บปวดจากแผลผ่าตัดน้อย และใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นที่ รพ. สั้นเพียง 1-2 วัน เท่านั้น
ถุงน้ำดีคืออะไร?
ถุงน้ำดีของคุณเป็นอวัยวะขนาดเล็กรูปร่างคล้ายลูกแพร์ ทำหน้าที่เก็บและปล่อยน้ำดี น้ำดีเป็นของเหลวที่ตับของคุณผลิตขึ้นเพื่อช่วยย่อยไขมันในอาหารที่คุณรับประทาน อยู่บริเวณด้านขวาบนของช่องท้อง ใต้ตับของคุณ ถุงน้ำดีเป็นส่วนหนึ่งของระบบย่อยอาหารหน้าที่หลักคือการเก็บน้ำดี น้ำดีช่วยให้ระบบย่อยอาหารย่อยไขมัน น้ำดีเป็นส่วนผสมของคอเลสเตอรอล บิลิรูบิน และเกลือน้ำดีเป็นหลัก
อาการของนิ่วในถุงน้ำดี
- อาการปวดท้องเฉียบพลัน
- คลื่นไส้และอาเจียน
- ท้องอืดและแน่นท้อง
- ไข้และตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม
การผ่าตัดถุงน้ำดีแบบผ่านกล้อง (laparoscopic cholecystectomy)
- ปัจจุบันการผ่าตัดถุงน้ำดีแบบผ่านกล้องได้ผลดีและเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยมาก เนื่องจากมีแผลขนาดเล็กเพียง 0.5 ซม. ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็ว สามารถกลับบ้านภายใน 1 – 2 วัน
วิธีการผ่าตัดถุงน้ำดีแบบผ่านกล้อง แพทย์จะการเจาะแผลเล็ก ๆ บริเวณสะดือและชายโครงขวา เพื่อสอดกล้องขนาดเล็กและเครื่องมือเข้าไปตรวจดู นิ่วในถุงน้ำดี จากนั้นจึงทำการตัดเลาะถุงน้ำดีออก เมื่อเสร็จแล้วก็ดึงเครื่องและกล้องออกทำการเย็บปิดแผล เป็นอันจบขั้นตอนการรักษา
การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี
- งดอาหารและน้ำอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด เพื่อป้องกันการสำลักในระหว่างที่ดมยาสลบ
- หยุดยาบางชนิด หากผู้ป่วยรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการหยุดยาก่อนการผ่าตัด
- การเตรียมร่างกาย หากผู้ป่วยมีโรคประจำตัวอื่น ๆ เช่น เบาหวาน หรือโรคหัวใจ ควรได้รับการตรวจสุขภาพและรักษาภาวะต่าง ๆ ให้คงที่ก่อนการผ่าตัด
ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดส่องกล้อง อาจมีปัญหาเพียงเล็กน้อยหรือรุนแรงได้ ภาวะที่พบได้บ่อยๆ เช่น
- อาการปวดหัวไหล่โดยเฉพาะไหล่ขวาเนื่องจากการผ่าตัดต้องมีการใส่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) เข้าไปในช่องท้องด้วยแรงดันพอสมควรที่จะทำให้ช่องท้องมีบริเวณมากพอที่จะทำการผ่าตัด
- อาการปวดบริเวณแผลผ่าตัดและ หรือร่วมกับการมีปัญหาที่แผลผ่าตัดเช่น การมีเลือดหรือน้ำเหลืองคั่งบริเวณแผล การมีรอยเขียวช้ำบริเวณแผลผ่าตัด เกิดจากการมีเลือดออกในเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง
- อาการท้องอืด แน่นท้องหลังผ่าตัดเกิดจากลำไส้โดนรบกวนจากก๊าซที่เป่าเข้าไปในช่องท้องหรือเกิดจากการถูกจับต้องขณะผ่าตัด ทำให้ลำไส้ทำงานลดลงชั่วคราว มักหายได้เอง
หลังการผ่าตัดผ่านกล้อง : ผู้ป่วยสามารถลุกเดินได้ภายใน 1 วันหลังผ่าตัด และสามารถกลับบ้านได้ภายใน 1-2 วัน โดยทั่วไป ผู้ป่วยจะสามารถกลับไปทำงานเบา ๆ ได้ภายใน 1 สัปดาห์ และฟื้นตัวเต็มที่ภายใน 2-3 สัปดาห์
หลังผ่าตัดควรดูแลตัวเองอย่างไร?
- ดูแลแผลผ่าตัด: ทำความสะอาดแผลอย่างระมัดระวังและเปลี่ยนผ้าพันแผลตามที่แพทย์แนะนำ
- พักผ่อนให้เพียงพอ: ควรพักผ่อนให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือทำกิจกรรมที่ใช้แรงมากในช่วง 2-4 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด
- การรับประทานอาหาร: ควรเริ่มรับประทานอาหารเบา ๆ และหลีกเลี่ยงอาหารมันหรือไขมันสูงในช่วงแรก เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารปรับตัว
- ติดตามอาการผิดปกติ: หากมีอาการผิดปกติ เช่น แผลผ่าตัดบวมแดง มีหนอง มีไข้สูง หรือปวดรุนแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
